หลวงปู่เย่อ วัดอาษาสงคราม
| อัน “นครเขื่อนขันธ์” จัดเป็นเมืองที่มีชน “ชาวรามัญ” เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์ “พระมหากษัตริย์ไทย” จำนวนมากเมืองหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้รู้จักกันในนามของ “อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ” ที่มีเกจิอาจารย์ขลังผู้สร้างมงคลวัตถุได้ศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ “เหนือลิขิต?? ประกาศิตฟ้าดิน??” ยอมรับว่าเป็นจริงเลยทีเดียวเพราะชน “ชาวรามัญ” ดังกล่าวเมื่อได้มาอยู่ในแผ่นดินไทยยามใดหากมีโอกาสได้สนองพระคุณของแผ่นดินที่อยู่อาศัยแล้ว ต่างจะพร้อมใจกันรีบเสนอรับใช้ประเทศชาติเทียมบ่าเทียมไหล่กับชาวไทยผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเช่นกันอย่างเช่นในแผ่นดินของ “พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” (รัชกาลที่ ๒) “หัวเมืองฝ่ายเหนือ” เกิดความไม่สงบขึ้นพระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวรามัญคือ “สมิงกล้ารามัญ” เป็นผู้รวบรวม “นักรบรามัญ” ขึ้นมากองหนึ่งไปปราบ “พวกเงี้ยว” ยัง “หัวเมืองฝ่ายเหนือ” ครั้งนั้นปรากฏว่า “สมิงกล้ารามัญ” และนักรบชาวรามัญได้ทำการรบอย่างสุดความสามารถ ฟาดฟันอริราชศัตรูจนแตกพ่ายย่อยยับไปในที่สุดจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทาน แต่งตั้งให้ “สมิงกล้ารามัญ” เป็น “นายทัพ” มีราชทิน นามว่า “สมิงอาษาสงคราม” และได้ปูนบำเหน็จพระราชทานที่ดินให้แปลงหนึ่งในท้องที่ “นครเขื่อนขันธ์” เป็นที่อยู่อาศัย “สมิงอาษาสงคราม” จึงแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งและบอกบุญกับบรรดาทหารที่ออกรบด้วยกันให้ร่วมสร้างวัดขึ้นมีชื่อว่า “วัดอาษาสงคราม” พร้อมกับนิมนต์ “เจ้าอาวาส” แต่ละรูปที่มาปกครองวัดล้วนแต่เป็น “พระเถราจารย์เชื้อสายรามัญ” ผู้ทรงคุณสามารถทางวิปัสสนาและพุทธเวทวิทยาคมทั้งสิ้น ต่างได้สร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองมา โดยลำดับ จวบจนถึงสมัยของท่าน “พระครูสังฆวุฒาจารย์” หรือ “หลวงปู่เย่อ โฆสโก” ผู้ทรงคุณทั้งทางด้านปริยัติธรรมและทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่กล้าในพลังจิตจนได้รับ “พัดยศสีขาว” อันเป็นสัญลักษณ์ของพระเถราจารย์ผู้ทรงญาณทาง “วิปัสสนา” โดยเฉพาะ |